Home เกร็ดความรู้ คลินิกทันตกรรมบดเคี้ยว อาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกร (Orofacial pain)

พื้นที่รับฟังความคิดเห็นของโรงพยาบาลทันตกรรม


ชนิดของบริการ

ตรวจและวินิจฉัยโรคในช่องปากและฟัน
ศัลยศาสตร์ช่องปาก ถอนฟัน ผ่าตัดฟันคุด
ทันตกรรมสำหรับเด็ก
อุดฟันและรักษารากฟัน
รักษาโรคเหงือกและโรคปริทันต์
จัดฟันและใส่ฟันปลอม

Type of Service

Oral examination and diagnosis
Oral surgery, dental extraction and surgical remove of impacted tooth Pediatric dentistry
Conservative dentistry and root canal treatment
Treatment of gingival and periodontal diseases
Orthodontic treatment and Prosthetics

เวลาทำการ

คลินิกปกติ
วันจันทร์ถึงวันศุกร์
 8.30น. - 16.00น.
เบอร์โทรศัพท์
055-966866

คลินิกนอกเวลา
วันจันทร์ถึงวันศุกร์

17.00น. - 20.00น.
วันเสาร์และวันอาทิตย์
เวลา 8.30 น. - 17.00 น.
เบอร์โทรศัพท์
055-967481

Office Hour

Regular
Monday - Friday
8.30 am. - 4.00 pm.
Telephone number
055-966866


Special
Monday - Friday
5.00 pm. - 8.00 pm.
Saturday and Sunday
8.30 am - 5.00 pm.
Telephone number
055-967481

Hits

Content View Hits : 1833520

online

We have 42 guests online
อาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกร (Orofacial pain)
ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก - คลินิกทันตกรรมบดเคี้ยว

หลายๆคนคงเคยมีอาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกร ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากฟัน คือ มีความผิดปกติจากฟันหรือเนื้อเยื่อปริทันต์ เช่น ฟันผุ ฟันแตกหัก โพรงประสาทฟันอักเสบ หนองที่ปรายรากฟัน เหงือกอักเสบ ปริทันต์อักเสบ (รำมะนาด) และฟันคุด เป็นต้น แต่สำหรับผู้ป่วยอีกหลายคน อาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกรก็อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ใช่จากฟันได้ และมักทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังขึ้น เช่น

  1. โรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Temporomandibular disorders) มีอาการปวดตื้อๆหรือปวดร้าวที่บริเวณข้อต่อขากรรไกร และกล้ามเนื้อบดเคี้ยว โดยเฉพาะมัดใหญ่ที่อยู่บริเวณแก้มและขมับทั้งสองข้าง อาการปวดอาจเป็นมากขึ้นเมื่ออ้าปากกว้าง หาวนอน เคี้ยวอาหารเหนียวหรือแข็ง และกัดฟันแน่น และอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีเสียง “คลิ้ก” ที่ข้อต่อขากรรไกร (อยู่บริเวณหน้ารูหู) เวลาอ้าปากหรือหุบปาก อ้าปากลำบาก อ้าปากได้น้อยลง เป็นต้น อาการปวดร้าวที่เกิดขึ้นอาจไปที่ขมับ ต้นคอ หรือแม้กระทั่งฟัน ทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยที่ต้นคอ และปวดฟันได้ บางรายออาจมีอาการแน่นๆในหู มีเสียงดังในหู และมีอาการมึนงงร่วมด้วย
  2. โรคปวดใบหน้าชนิดแปลกแยก (Atypical facial pain) มักมีอาการปวดตื้อๆ หรือปวดตุ๊บๆ ที่บริเวณแก้ม เบ้าตา ขากรรไกร และบริเวณใบหน้า โดยไม่ทราบสาเหตุ บางท่านอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย อาการปวดอาจหายไปเองและกลับมาเป็นอีก บางครั้งอาการเจ็บปวดจะเป็นมากขึ้น เมื่อเหนื่อยหรือมีความเครียด
  3. โรคปวดฟันชนิดแปลกแยก (Atypical odontalgia) มีอาการปวดที่ฟันหรือบริเวณกระดูกเบ้าฟัน โดยที่ไม่พบความผิดปกติในบริเวณนั้น อาการปวดมักปวดตื้อๆ และต่อเนื่อง แต่ความรุนแรงจะขึ้นๆลงๆ อาจมีการลามไปทั้งขากรรไกร และสามารถเคลื่อนไปปวดฟันซี่ถัดๆไปได้ อาการอาจยิ่งแย่ลงถ้ามีการรักษาทางทันตกรรมในฟันซี่ที่ปวด
  4. โรคปวดแสบร้อนในช่องปาก (Burning mouth syndrome) เกิดอาการปวดแสบร้อน หรือระคายเคืองที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม หรือส่วนอื่นๆของเนื้อเยื่อในช่องปาก โดยไม่พบรอยโรคในช่องปาก อาการเหล่านี้มักบรรเทาได้ด้วยการดื่มหรือกินอาหาร อาจมีความรู้สึกเหมือนมีน้ำลายมากขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติ อาการเหล่านี้ทำให้หลายคนไม่สามารถทนต่อการใส่ฟันปลอมได้ ถึงแม้ว่าทันตแพทย์จะพยายามปรับแต่งและแก้ไขให้แล้วก็ตาม สาเหตุของการเกิดยังไม่แน่ชัด อาจสัมพันธ์กับการขาดสารอาหารบางชนิด เนื่องจากผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับแร่ธาตุ หรือวิตามินเสริม
  5. โรคการกัดฟันแฟนทอม (Phantom bite pain) มีความรู้สึกกัดสบฟันไม่พอดี หรือไม่ปกติทั้งที่จากการตรวจในช่องปากไม่พบความผิดปกติใด หรือเมื่อทันตแพทย์จะแก้ไขปรับแต่งการสบฟันไปให้แล้วก็ยังคงมีอาการ ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับความเครียด และสภาพจิตใจ
  6. โรคปวดเส้นประสาท (neuralgia) มีอาการปวดจี๊ดเหมือนโดนเข็มตำหรือไฟฟ้าช็อต โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่ปกติไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด เช่น การลูบเบาๆ การล้างหน้า การแปรงฟัน หรือโดนลมพัด อาการปวดเกิดขึ้นเป็นพักๆ อาจนาน 2-3 วินาทีจนถึง 2-3 นาที บริเวณที่มีอาการขึ้นอยู่กับเส้นประสาทที่เกิดความผิดปกติ เช่น trigeminal neuralgia จะมีอาการปวดบริเวณใบหน้า ซึ่งได้รับกระแสประสาทมาจากเส้นประสาท trigeminal มักเป็นข้างใดข้างหนึ่ง คือ ไม่ขวาก็ซ้าย แต่บางคนก็เกิดทั้งสองข้างได้

ผู้ป่วยหลายคนอาจเคยได้รับการรักษาอาการของโรคต่างๆเหล่านี้มาหลายครั้งแล้วด้วยวิธีต่างๆกัน แต่การรักษาเหล่านั้นอาจไม่ได้ผลหรือได้ผลชั่วคราว ทำให้ผู้ป่วยมีความเครียด วิตกกังวลเพิ่มขึ้น และไปกระตุ้นอาการปวดหรือทำให้อาการปวดที่เป็นอยู่แย่ลงได้ เนื่องจากอาการปวดเหล่านี้มักสัมพันธ์กับสภาวะจิตใจ แม้ยังไม่ทราบกลไกชัดเจน นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ปวดไมเกรน ปวดหลังเรื้อรัง ปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือนอย่างมาก หรือคันตามผิวหนัง

การดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงต้องพยายามซักประวัติและตรวจอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอาการที่เกิดจากโรคอื่นๆ และลดความเครียด ความกังวลของผู้ป่วย ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการปวดที่เกิดขึ้น อาจร่วมกับการใช้ยา เช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า หรือการทำกายภาพบำบัด โดยควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อ้างอิง

เปรมทิพย์ ชลิดาพงศ์, สิริภัสสร์ คารวนันท์. โครงการพัฒนางานด้านการรักษาพยาบาลโดยให้ความรู้ผู้ป่วย เรื่องอาการเจ็บปวดที่ใบหน้า ช่องปาก และขากรรไกร. คลินิกระงับปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกร โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2012.

Alberts IL. Idiopathic Orofacial Pain: A Review. The Internet Journal of Pain, Symptom Control and Palliative Care 2009;6(2):5.



เกร็ดความรู้ ประจำเดือน 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2556)
ชื่อคลินิก คลินิกทันตกรรมบดเคี้ยว
ชื่อเรื่อง อาการเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ช่องปาก และข้อต่อขากรรไกร (Orofacial pain)
โดย ทันตแพทย์ ศักรินทร์  ตั้งโพธิธรรม